เรียนต่ออเมริกา อยากไปเรียนปริญญาโท คลิก !


ปริญญาโทที่อเมริกา



★ ระบบการศึกษาของสหรัฐอเมริกา
อันดับแรกนักศึกษาจะต้องตัดสินใจเลือกตั้งแต่ คณะ/สาขา และ หลักสูตรวิชาเรียน ต่อไปคือมหาวิทยาลัยอเมริกาที่อยากเรียน มหาวิทยาลัยอเมริกาแต่ละแห่งจะมีคณะ สาขาวิชาให้นักศึกษาชาวต่างชาติเลือกจำนวนอย่างมาก อเมริกาประกอบด้วย 50 รัฐ ที่มีสถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในระดับโลกจำนวนมากกว่า +3,000 แห่งให้เลือกแค่พิมพ์ Top Rank University in UNITED STATE (USA) ก็มีมหาวิทยาลัยให้เลือกหลักร้อยในสาขาที่ระบุแล้วตัวอย่าง Top Rank University in USA

เรียนปริญญาโทอเมริกา

★ ระดับ GRADUATED Degree มหาวิทยาลัยอเมริกา
สหรัฐอเมริกา จะเรียกการศึกษาระดับปริญญาโทว่า "Graduated program" การเรียนต่อระดับปริญญาโทจะต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติจบการศึกษาในระดับปริญญาตรีในเกรดระดับดี บางมหาวิทยาลัยของอเมริกาอาจรับเข้าเรียนโดยพิจารณาจากเกรดที่จบผลภาษาอังกฤษ และ ประสบการณ์การทำงานในการสมัครเรียนปริญญาสาขานั้นๆ
▸ นอกจากใบปริญญา ผลเกรด และ ผลคะแนนภาษาอังกฤษแล้ว มหาวิทยาลัยของอเมริกาโดยส่วนใหญ่จะขอให้นักศึกษายื่นใบแสดงผลคะแนน GRE GMAT พร้อมกับใบสมัคร
▸ นักศึกษาต้องยื่น ใบแสดงผลสอบตามที่สาขาวิชา ที่นักศึกษาได้เลือกไว้
▸ ตัวอย่าง เช่น
-  สาขาวิชากฎหมายต้องยื่นผลสอบ LSAT
-  สาขาวิชาธุรกิจต้องยื่นผลสอบ GRE หรือ GMAT
-  สาขาวิชาแพทย์ต้องยื่นผลสอบ MCAT เป็นต้น

 ★ ระยะเวลาหลักสูตร
▸ หลักสูตรปริญญาโทอเมริกาจะใช้เวลาเรียนเฉลี่ย 1.5 - 2 ปี จบ
▸ บางสาขาวิชา เช่น บริหารธุรกิจ หรือ MBA (Master of Business Administration) หลักสูตรจะใช้เวลาประมาณ 2 ปี
▸ บางสาขาวิชาในระดับปริญญาโท เช่น สาขา วิชาวารสารศาสตร์ จะใช้เวลาเพียง 1 ปี เท่านั้น
▸ การศึกษาในระดับปริญญาโทส่วนใหญ่จะเป็นการเรียนในห้องเรียน และ นักศึกษาจะต้องทำการวิจัยค้นคว้า Thesis หรือ Project เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรก่อนจบการศึกษา 

★ ระยะเวลาในการสมัคร
▸ การสมัครเรียนปริญญาโทที่อเมริกาใช้เวลาเตรียมเอกสาร 3-6 เดือน
▸ นักศึกษาต้องตรวจดู APPLICATION DEADLINE ของมหาวิทยาลัยที่จะสมัครเรียนล่วงหน้า
▸ เตรียมตัวเพื่อวางแผนการสอบ และ ส่งเอกสารที่ได้รับการรับรองไปยังมหาวิทยาลัยปลายทางให้ทันเวล

★ ปีการศึกษาของมหาวิทยาลัยอเมริกา
ปีการศึกษาของอเมริกา : ปฏิทินการศึกษาของประเทศสหรัฐอเมริกาจะเริ่มในเดือนกันยายนและดำเนินการเรียนการสอนต่อไปจนถึงเดือนพฤษภาคม หรือ เดือนมิถุนายน
▸ Fall Term : กันยายน– มกราคม
▸ Spring Term : มกราคม – มิถุนายน
▸ นักศึกษาใหม่ส่วนมากจะเริ่มต้นการศึกษาในช่วงฤดูใบไม้ร่วง (Fall Term) ดังนั้น Fall Termจึงเป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับนักศึกษาชาวต่างชาติในการเริ่มต้น เพราะเป็นช่วงเวลาแห่งความตื่นเต้นนักศึกษาทุกคนกำลังเริ่มต้นการศึกษาใหม่เหมือนกันหมดและกำลังปรับตัวให้เข้ากับชีวิตการเรียน
▸ หนึ่งปีการศึกษาของมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยส่วนใหญ่ประกอบด้วย 2 เทอม เรียกว่าระบบ Semesters (สถาบันบางแห่งมี 3 เทอมต่อหนึ่งปีการศึกษาซึ่งเป็นที่รู้จักกันว่าระบบ trimester) นอกจากนี้บางแห่งได้รวมการเรียนการสอนภาคฤดูร้อนที่เป็นหลักสูตรวิชาเลือกไว้ด้วยกันจึงแบ่งหนึ่งปีการศึกษาออกเป็น 4 เทอมจะพบได้ใน community college บางแห่ง และสามารถทำงานได้ระหว่างเรียนที่แคมปัสของมหาวิทยาลัยในอเมริกาอย่างถูกกฏหมาย


★ ค่าเล่าเรียนของอเมริกา 
▸ ค่าเล่าเรียนต่อปีที่อเมริกามีความแตกต่างกันอย่างมากวิทยาลัยของรัฐบาล หรือ วิทยาลัยชุมชน จะมีค่าเล่าเรียนค่อนข้างถูกกว่า เพราะได้เงินสนับสนุนจากรัฐบาล 
▸ ในขณะที่มหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยเอกชนอเมริกาจะมีค่าเล่าเรียนสูงกว่าทั้งนี้ค่าเล่าเรียนในแต่ละรัฐของอเมริกาก็แตกต่างกันอีกด้วย

รายชื่อมหาวิทยาลัยอเมริการะดับปริญญาโท 
★ Post graduated and Master Degree 
 ▸ Adelphi University [ คลิปมหาวิทยาลัย ] 
 ▸ American University [ คลิปมหาวิทยาลัย ] 
 ▸ Arizona State University [ คลิปมหาวิทยาลัย ] 
 ▸ Auburn University
 ▸ Baylor University
 ▸ California Lutheran University
 ▸ California State University Fullerton
 ▸ Cleveland State University
 ▸ DePaul University
 ▸ Florida International University Graduate School of Business
 ▸ Long Island University
 ▸ Long Island University Brooklyn
 ▸ Louisiana State University
 ▸ Pace University
 ▸ Queens College
 ▸ Texas A&M University Corpus Christi
 ▸ University at Albany
 ▸ University of Dayton
 ▸ University of Illinois at Chicago
 ▸ University of Massachusetts Boston
 ▸ University of Mississippi 
 ▸ University of South Carolina 
 ▸ University of the Pacific 
 ▸ University of Tulsa 
 ▸ Washington State University
 ▸ Windermere Preparatory

ทำงานระหว่างเรียนที่อเมริกาได้ไหม?
★ การทำงานในสถานศึกษา (work on campus) มหาวิทยาลัยอเมริกา
▸ นักเรียนสามารถทำงานพาร์ทไทม์ในมหาวิทยาลัยหรือโรงเรียนที่เราเรียนได้ในตำแหน่งต่างๆที่เปิดรับ โดยจะมีกำหนดไม่เกิน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยจะได้รับค่าจ้างไม่น้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำต่อชั่วโมงตามกฎหมายของแต่ละรัฐนั้นๆ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราทำงานในหอพักของมหาวิยาลัยที่เราเรียนซึ่งมหาวิทยาลัยนี้อยู่ในรัฐฟลอริดาเราก็จะได้ค่าจ้างขั้นต่ำ $8 /ชั่วโมง โดยสามารถทำงานได้ทั้งหมด 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
★ การทำงานนอกสถานศึกษาแบบ OPT (work off campus - OPT)
▸ การทำงานนอกสถานศึกษาประเภท OPT (Optional Practical Training) หรือเรียกง่ายๆว่าการฝึกงานนั่นเอง OPT เป็นโปรแกรมที่เกิดขึ้นเพื่อให้นักเรียนหรือนักศึกษานั้นสามารถฝึกงานได้หลังจากเรียนจบ เช่น หลังจากเราเรียนจบอนุปริญญา ปริญญาตรี หรือ ปริญญาโท ที่สหรัฐอเมริกาเราสามารถยื่นเรื่องของฝึกงานได้เป็นเวลาประมาณ 10 เดือน โดยการฝึกงานนั้นจะเป็นแบบอาสาสมัครไม่มีค่าจ้าง หรือแบบมีค่าจ้างก็ได้
▸ การทำงานนอกสถานศึกษาประเภท CPT (Curricular Practical Training) หรือการฝึกงานในขณะที่กำลังศึกษาอยู่นั่นเองโดย CPT จะเป็นการทำงานโดยมีข้อกำหนดและขั้นตอนการขอคล้ายๆกับ OPT เพียงแต่จะแบ่งออกเป็น Full Time (มากกว่า 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์) หรือ Part Time (น้อยกว่า 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์) โดยสามารถเป็นงานที่ได้รับ หรือไม่ได้รับค่าจ้างก็ได้ โดยถ้าเราเลือก Full Time CPT เราจะไม่สามารถใช้สิทธิ์ฝึกงานหลังจบการศึกษา หรือ OPT ได้แต่ถ้าเราเลือก Part Time หรือ น้อยกว่า 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เรายังสามารถที่จะใช้สิทธิ OPT ได้หลังจบการศึกษา
★ การทำงานหลังจบการศึกษาที่มหาวิทยาลัยอเมริกา 
▸ นักศึกษาสามารถยื่นขอทำงานหลังเรียนจบโดยต้องมีนายจ้าง sponsor และเป็นไปตามเงื่อนไขการจ้างงานของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา

มหาวิทยาลัยอเมริกาแบ่งได้กี่ประเภท ?
★ มหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยรัฐบาลอเมริกา ได้รับเงินสนับสนุนและบริหารโดยรัฐบาลของรัฐหรือรัฐบาลท้องถิ่นทุกหนึ่งของ 50 กว่ารัฐอย่างน้อยจะต้องมีมหาวิทยาลัยแห่งรัฐหนึ่งแห่งและวิทยาลัยอีก 2-3 แห่งด้วยกัน และมหาวิยาลัยเหล่านี้จะถูกตั้งชื่อตามชื่อของรัฐนั้นๆ หรือมีคำว่า “State” อยู่ในชื่อด้วย ตัวอย่างเช่น Washington State University และ the University of Michigan

★ มหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยเอกชนของอเมริกาบริหารโดยองค์กรเอกชน มีค่าเล่าเรียนที่สูงกว่าและมีขนาดเล็กกว่ามหาวิทยาลัยและวิทยาลัยของรัฐบาล มหาวิทยาลัยและวิทยาลัยที่เกี่ยวข้องกับศาสนาทั้งหมดเป็นของเอกชน ซึ่งสถาบันเหล่านี้เกือบทุกแห่งยอมรับนักศึกษาที่นับถือศาสนาอื่นเข้าเรียน และยังมีหลายสถาบันที่ยอมรับเฉพาะนักศึกษาที่นับถือศาสนาเดียวกันกับสถาบันเข้าเรียน

★ มหาวิทยาลัยชุมชนของอเมริกา คือ วิทยาลัยชุมชน 2 ปีที่นักศึกษาจะได้รับอนุปริญญาเมื่อสำเร็จการศึกษา และสามารถโอนย้ายหน่วยกิตไปศึกษาต่อได้ อีกทั้งมีหลักสูตรประกาศนียบัตรด้วย หลักสูตรอนุปริญญาถูกแยกออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ คือ
1.) หลักสูตรทางวิชาการที่สามารถโอนย้ายหน่วยกิตได้ และหลักสูตรประกาศนียบัตรที่เตรียมความพร้อมทางอาชีพให้กับนักศึกษา หลักสูตรวิชาที่สามารถโอนย้ายได้ คือ หลักสูตรวิชา Associate of arts และหลักสูตรวิชา Associate of science และ
2.) หลักสูตรวิชาที่ไม่สามารถโอนย้ายได้ คือ หลักสูตรวิชา associate of applied science degrees และหลักสูตรประกาศนียบัตร นักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยชุมชนส่วนใหญ่จะทำการโอนย้ายหน่วยกิตไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยอเมริกา 4 ปี เพื่อให้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีอเมริกา
▸ เนื่องจากนักศึกษาสามารถใช้หน่วยกิตที่ศึกษาอยู่ที่วิทยาลัยชุมชนได้ ดังนั้นนักศึกษาจึงใช้เวลาอีก 2 ปีหรือมากกว่าในการสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีได้
▸ วิทยาลัยชุมชนอเมริกาหลายแห่งเปิดสอนหลักสูตรติวเข้มภาษาอังกฤษ หรือ ESLเพื่อเตรียมความพร้อมนักศึกษาในการศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย ถ้านักศึกษาไม่ต้องการศึกษาต่อในระดับที่สูงกว่าอนุปริญญา นักศึกษาควรทำการตรวจสอบภายในประเทศของตนว่านักศึกษาสามารถใช้วุฒิอนุปริญญาสมัครงานได้หรือไม่

★ สถาบันเทคโนโลยีของอเมริกาใช้เวลาอย่างน้อย 4 ปีในการทำการศึกษาเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สถาบันบางแห่งเปิดสอนหลักสูตรปริญญาโท และ แห่งเปิดสอนหลักสูตรระยะสั้น

★ เรียนต่อมหาวิทยาลัยที่อเมริกา
- ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก www.studyusa.com

เรียนปริญญาโทอเมริกาอเมริกา
Dream Abroad
โทร 061 432 4575
เพิ่มเพื่อน Dreamabroad



สอบถามข้อมูล

061-432-4575

ทักไลน์มา หรือ คลิกด้านล่าง เพื่อกรอกรายละเอียดให้เราติดต่อกลับ
กรอกรายละเอียด